ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

จ.อุตรดิตถ์ เที่ยวชมดินแดนมหัศจรรย์ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว ชมวัฒนธรรม 8 วิถีของเมืองลับแล


วันที่ 25 พย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์พาผู้สื่อข่าวพร้อมด้วยนักท่องเที่ยว เข้าชมถ้ำจำลองเมืองลับแล ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เขตห้ามพูดโกหก ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากตำนานสู่การสัมผัสได้จริงโดย นายเจษฎา ศรุติสุต นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลศรีพนมมาศ ผู้สร้างบ้านแปงเมืองสร้างพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล ถ้ำลับแล และพัฒนาต่อยอดประตูเมืองลับแล เพื่อเป็นการต้อนรับการเปิดฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวที่กำลังมาถึง โดยก่อนเข้าไปในถ้ำจำลองเมืองลับแลจะพบกับ จุดเช็คอินซุ้มประตูเมืองที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ของเมืองลับแล มีลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นศิลปะประยุกต์แบบสุโขทัยมีขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 41 เมตร ออกแบบโดยพระพหมพิจิตร สมัยครั้ง ป.พลพิบูลสงคราม

ด้านข้างของซุ้มประตูจะมีประติมากรรมรูปปั้นหญิงสาวยืนอุ้มลูกน้อยสีหน้าเศร้าสร้อย ข้าง ๆ มีสามีนั่งก้มหน้าในมือถือถุงย่ามใส่ขมิ้นเตรียมเดินทางออกจากเมืองลับแลบริเวณฐานจารึกข้อความ "ขอเพียงสัจจะวาจา" จากนั้นนายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์พร้อมด้วยผู้สื่อข่าวและนักท่องเที่ยวได้เข้าไปในถ้ำจำลองเมืองลับแล ดินแดนมหัศจรรย์ โดยเมื่อเข้าไปภายในถ้ำ จะพบกับรูปปั้นต่างๆมากมาย ในการบอกกล่าวเรื่องราวตำนานเมืองลับแลหรือเมืองแม่หม้าย มีภาพจำลองในรูปแบบสามมิติ ถ่ายทอดตำนานเมืองสัจจะวาจาเล่าเรื่อง "ตำนานเมืองสัจจะวาจา ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ห้ามพูดโกหก" โดยเป็นการเล่าเรื่องผ่านการใช้กาพย์ยานี 11 บนผนังถ้ำ ไว้อย่างน่าสนใจ เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้สำหรับอนุชนรุ่นหลังหรือนักท่องเที่ยว ที่ต้องการสัมผัสตำนานหรือเรื่องเล่า เมื่อครั้งอตีดของเมืองลับแล และภายในถ้ำยังมีเจ้าหน้าที่คอยให้ความรู้และอำนวยความสะดวกอีกด้วย

สำหรับตำนานเมืองลับแล ตามตำนานของเมืองลับแลที่เล่าสืบต่อกันมา "มีชายหนุ่มชาวทุ่งยั้งได้หลงเข้าไปในเมืองลับแล ซึ่งทั้งเมืองมีแต่ผู้หญิงที่ถือศีลห้ามพูดปดหรือโกหกอย่างเคร่งครัด ชายหนุ่มได้พบรักและแต่งงานกับหญิงสาวในหมู่บ้านและสัญญาว่าจะอยู่ในศีลธรรมไม่พูดปด อยู่มาวันหนึ่งภรรยาไม่อยู่บ้าน ลูกน้อยก็ร้องไห้ไม่ยอมหยุด ทำให้ผู้เป็นพ่อปลอบว่า "แม่มาแล้ว ๆ " เพื่อให้ลูกหยุดร้อง เมื่อแม่ยายได้ยินก็นำไปเล่าให้ลูกสาวฟัง ทำให้หญิงสาวเสียใจมากที่สามีไม่รักษาวาจาสัตย์ จึงไล่สามีออกจากหมู่บ้าน พร้อมกับได้จัดย่ามใส่เสบียงรวมทั้งหัวขมิ้นจำนวนหนึ่ง และกำชับไม่ให้เปิดย่ามจนกว่าจะถึงบ้าน แต่ระหว่างเดินทางชายหนุ่มรู้สึกหนัก จึงหยิบขมิ้นทิ้งไปเรื่อย ๆ พอกลับถึงบ้านจึงหยิบขมิ้นที่เหลือขึ้นมา ปรากฏว่าเป็นทองคำ ชายหนุ่มเกิดความเสียดาย จึงย้อนกลับไปหาขมิ้นที่ทิ้งไว้ แต่ขมิ้นได้งอกเป็นต้นหมดแล้ว และชายหนุ่มก็ไม่สามารถหาทางกลับเข้าเมืองลับแลได้อีก"

ภายหลังจากเข้าชมถ้ำเมืองลับแล จำลอง วัฒนธรรมจังหวัดได้พาผู้สื่อข่าวเข้าชมพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล เป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดงวัฒนธรรม 8 วิถีของเมืองลับแล ประกอบด้วย ภาษา อาหาร การแต่งกาย สถาปัตยกรรม ความเชื่อ ประเพณี และดนตรีพื้นบ้าน รวมถึงจัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองลับแล โดยจำลองอยู่บนเรือนไม้ 2 หลัง เช่น เรือนชาน ห้องครัว ห้องนอน ยุ้งข้าว ผ้าซิ่นตีนจก ไม้กวาด ข้าวแคบ “หมี่พัน” เป็นต้น

โดยช่วงปลายปีทุกปี ทางเทศบาลตำบลศรีพนมมาศ โดยนายเจษฎา ศรุติสุต นายกเทศมนตรีฯ จะมีการจัดงานมหกรรม 8 วิถี พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล และในปีนี้จัดช่วงระหว่างวันที่ 26-28 ธันวาคม 2567 จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจเข้ามาร่วมสัมผัสวัฒนธรรมวิถีชีวิตชาวเมืองลับแลในงานมหกรรมวัฒนธรรมดังกล่าว ณ พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล ตำบลศรีพนมมาศ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์




















นาคา คะเลิศรัมย์ /รายงาน 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คนไทยไม่ทิ้งกัน ส่งพลังและสิ่งของมอบให้ทหาร กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๒๕

พระอาจารย์ สมชาย(เอก) วัดบัวแก้วศัทธาธรรม กรุงเทพ ฯ พร้อมด้วย บรรดาญาติ ผู้มีจิตศรัทธา มีนายภูวเดช ดวงประเสริฐ และ น.ส.เอมมณา วงศ์รัตติกูล ได้นำสิ่งของไปมอบให้กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๒๕ เพื่อนำสิ่งของไปมอบให้ ทหารที่อยู่ชายแดนที่จังหวัด  ศรีษะเกตุ และจังหวัดสุรินทร์ ค่ายวีรวัฒน์โยธิน มงคลชัย ใจธรรมมะ  รายงานข่าว   

ร่วมด้วยช่วยกัน งานผ้าป่าเพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนบ้านหนองอีเหลอ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๔

วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๐ น.งานผ้าป่าเพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนบ้านหนองอีเหลอ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๔ วันเสาร์ที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๐ น.  "พระครู ดร.ภัทร จิตตามภรณ์"  เจ้าคณะตำบลคลองม่วง เขต ๒ และเจ้าอาวาสวัดซับม่วง  "พระครูพิพิธธรรมธราดา"  เจ้าอาวาสวัดทองอ่อนสามัคคี (ประธานฝ่ายสงฆ์)  "ว่าที่ร้อยตรี อมร โฉมงาม"  รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูง ภาค ๓ (ประธานฝ่ายฆราวาส)  นายเบิ้ม พลแก้ว  ประธานกรรมการสถานศึกษา/ คณะกรรมการสถานศึกษา/ ท่านผู้บริหาร/ ผู้นำชุมชน/ เจ่าภาพโรงทาน/ ผู้ปกครองนักเรียน/ตลอดจนผู้มีเกียรติทุกท่าน เมื่อได้เวลาอันเป็นมงคล  ว่าที่ร้อยตรี อมร โฉมงาน  รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูง ภาค ๓ ได้ให้เกียรติจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พร้อมนาย ประดิษฐ์ วงศ์ษา คณะกรรมการสถานศึกษา และรองประธานฝ่ายฆราวาส  นายแพทย์ทะเนตร แสนพงษ์  ปศุสัตว์อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และรองประธานฝ่ายฆราวาสตัวแทน  ท่าน สส สิรสิทธิ์ เลิดด้วยลาภ และ คุณภัทร เลิดด้วยลาภ สอบจ.นครราชสีมา  เ...

แก๊งมิจฉาชีพอาละวาด! ออกเดินเรี่ยไรเงินในจ.สุโขทัย

แก๊งมิจฉาชีพอาละวาด! ออกเดินเรี่ยไรเงินในจ.สุโขทัย  เจ้าหน้าที่ปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีการทำการเรียไรในพื้นที่อำเภอสวรรคโลก และได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่อำเภอศรีสำโรงโดยรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมก หมายเลขทะเบียน บพ 2801 กาญจนบุรี แบบบรรทุกตอนเดียวมีหลังคา สีบรอนเงิน โดยได้ทำการเรี่ยไรในพื้นที่ตลาดศิริสุข และได้เดินทางไปเรี่ยไรต่อในพื้นที่ม.2 ต.คลองตาล ต่อมาวันที่ 22มี.ค.68 เวลา 11.55น. นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ ปลัดจังหวัดสุโขทัย ป้องกันจังหวัดสุโขทัย ปลัดอำเภอศรีสำโรง พร้อมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ลงพื้นที่ตรวจสอบตามการร้องเรียนของประชาชนจนได้พบตัวนายสายชล ทับทิม อายุ 37ปี ชาวจ.สุพรรณบุรี และนายวัลลพ ทัศนากร อายุ 46ปี ชาวจ.ราชบุรี จึงได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจค้น พบเงินสดจำนวน 2,179 บาท ซองบอกบุญสำนักสงฆ์พุทธนิมิตรบึงอ้อ บ้านปีกคง ม.6 ต.หนองนาแซง อ.เมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิและตราประทับสำนักสงฆ์ฯ พร้อมตลับหมึกจำนวน 1 ชุด  จึงได้ขอตรวจสอบใบอนุญาตเรี่ยไร ซึ่งต่อมามีนายคำเบ้า แต้มชัยภูมิ อายุ70ปี ชาวจ.กาญจนบุรีได้เข้ามาแสดงตนเป็นหั...